เพราะัยังทำไม่ได้ก็เลยมีฝัน สิ่งที่ฝันยังมิอาจรู้ว่าจะทำได้หรือทำไม่ได้
บางความฝันอาจเป็นสิ่งที่เกินเอื้อม แต่บางความฝันก็จะสำเร็จในซักวัน
บางคนเห็นว่าฝันของผู้อื่นเป็นเรื่องตลก มันเป็นสิ่งที่ควรคิดจริงๆหรอ
หรือกระทั่งบางคนเหยียบย่ำทำลายความฝันผู้อื่น มันควรทำหรือเปล่า
มันก็จริงที่เป็นแค่เพียงสิ่งที่ไม่ีรู้ว่าจะทำได้่หรือเปล่าในซักวัน
แค่กล้าจะมีความฝันยังไม่ได้ ยังกล้าดูถูกผู้อื่นอีกหรือ
หลายคนกล้าบอกว่าตนเองเก่ง ทั้งๆที่ก็ทำได้แค่เพียงเดินอยู่บนเส้นทางที่เคยมีคนนำทางไว้
กล้าหรือเปล่าที่จะฝันแล้วทำมัน แทนที่จะมามัวมองฝันของผู้อื่นแล้วดูถูกผู้ที่ผิดพลาด
กล้าโทษผู้อื่น ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดๆ ก็แค่ปัดความผิดตนเองทั้งนั้น เนี่ยแหละมนุษย์
จะด้วยเหตุผลใดๆ มันก็คือการเข้าข้างตนเอง คิดแต่สิ่งที่ตนเองสูญเสีย สิ่งที่ตนเองได้รับ
เคยคิดบ้างมั้ยว่าสิ่งที่เคยกระทำใดๆ และสิ่งที่กระทำอยู่ และกำลังจะกระทำ ใครได้รับผลกระทบยังไง
เมื่อตนเองมีปัญหา แม้จะอ้างยังไง เหมือนจะช่วยยังไง สุดท้ายมันก็แค่แก้ปัญหาตนเองนั่นแหละ
และเราก็จะยอมรับว่าเราก็ทำแบบนั้นเหมือนกัน แต่ผู้ที่คิดว่าเราเป็นแบบนั้น มั่นใจรึเปล่าว่าตนเองคิดถูก
เราก็คงรอในสิ่งที่เราคิดว่าควรจะเป็น เราก็อาจคิดผิด ใครๆก็อาจคิดผิด เราไม่รู้
แค่อยากให้ทบทวนอะไรบางสิ่งในตัวเองดูบ้าง อาจเข้าใจอะไรได้มากขึ้น
ความยุติธรรมไม่มีในโลก เป็นประโยคที่หลายคนนั้นพูดกันบ่อยๆ สำหรับผมนั้นมองว่าทุกสิ่งก็ยุติธรรมในตัวเอง บางสิ่งที่เราไม่ได้รับ นั่นก็เพราะเราไม่พยายามจะให้ตัวเองได้รับ บางสิ่งที่เลวร้ายต่อเรา ก็มาจากเราไม่พยายามหลีกเลี่ยงหรือแก้ไข
(more…)
ทำไมถึงบอกว่าคนถือศีลหรือคนที่ทำบุญทั้งหลายนั้นต้องกินผักแทนเนื้อ เป็นประโยคที่ผมสงสัยมาตลอด จะบอกว่าชีวิตของพืชกับสัตว์นั้นมีค่าไม่เท่ากันหรือเปล่า ผมคิดว่าชีวิตไหนก็มีค่าเท่ากันทั้งนั้น
แล้วทำไมคนยังมองว่าเป็นอย่างนั้น เป็นคำถามต่อไป ที่ผมหาคำตอบได้ก็คงเป็น ชีวิตสัตว์มันเหมือนกับตัวเรา เพราะคนเราให้ค่าของตนเองมากกว่าสิ่งใดๆ สัตว์ที่เคลื่อนไหวได้นั้นเหมือนเรามากกว่าพืช เราจึงตีค่าของสัตว์มากกว่าพืช
ถ้าเราลองคิดดูซักแง่หนึ่ง สัตว์ทำลายชั้นบรรยากาศด้วยสิ่งที่ทำ ส่วนพืชนั้นสร้างชั้นบรรยากาศเพื่อปกป้องสัตว์ ก็อาจมีความสำคัญมากกว่าก็ได้ แต่ว่าถ้าพืชมากไปหละโลกจะเป็นอย่างไร สมดุลของทุกสิ่งย่อมต้องมี
แล้วอะไรคือสิ่งที่ทำให้การตีค่านั้นแตกต่าง คำว่าชีวิตนั้นมีค่ามากเพียงไหน หรือมีค่าน้อยเพียงไร หรือค่านั้นถูกแปลเปลี่ยนไปตามการเข้าใจของคนเรา ถ้าอย่างนั้นสิ่งที่ใกล้เคียงกับเรานั้นก็จะมีค่าเพราะเราเห็นว่าตัวเรานั้นมีค่า
หลายคนได้บอกไว้ว่า ในโลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญหรอก จะมีก็เพียงแต่พรหมลิขิตเท่านั้น ถ้าจะมาลองพิจารณากันดู คำว่าบังเอิญที่คนจะคิดทุกครั้งจะเป็นการระบุถึงเรื่องที่ไม่ธรรมดา ซึ่งแยกจากเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้น แปลว่าสิ่งอื่นเป็นเรื่องธรรมดา ที่สิ่งอื่นเป็นเรื่องธรรมดาเพราะเรามองว่าธรรมดา หากจะบอกว่าธรรมดาหรือไม่ก็คงคิดจากกรอบความคิดที่เราสนใจ
“ธรรมชาติย่อมมีวิถีของมัน มันเป็นเรื่องบังเอิญของมนุษย์ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญของธรรมชาติ” ทุกก้าวที่เราเดินล้วนมีความหมาย ทุกสิ่งที่ทำล้วนมีผลที่ตามมา เหตุผลที่บังเอิญตัวเรานั้นเกิดขึ้นมา เหตุผลที่ตัวเราล้วนเป็นอย่างทุกวันนี้ ความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งทำให้เป็นไปอย่างที่เป็น
แต่จะให้เรานั่งคิดถึงความสัมพันธ์ของเหตุผลต่างๆทั้งหมดนั้นเป็นไปไม่ได้หรอก หากแม้สามารถสรุปได้ เหตุผลที่ทำให้หาข้อสรุปได้ก็มีเหตุผลของตัวมันเอง
คนๆๆๆๆๆ
ปฏิเสธสิ่งที่ไม่สามารถรับรู้ได้หรือไม่อาจเข้าใจได้
สิ่งใดเป็นภัยกับตัวก็จะเห็นว่าอันตราย
เมื่อไม่สามารถเข้าใจหรือรับรู้ได้ ก็จะไม่ยอมเข้าใจ
อธิบายให้คนที่ไม่รับรู้อาจเป็นสิ่งที่ยากหรือไม่อาจเป็นไปได้
หากมองว่าพัฒนาแล้ว ก็คือจะไม่พัฒนาแล้ว
หากมองว่าไม่อาจพัฒนาได้ ก็พัฒนาไม่ได้แล้วเช่นกัน
หากเลิกคิดจะก้าวต่อไป ก็ยิ่งไม่มีวันพัฒนาเข้าไปใหญ่
มนุษย์ไปได้แค่ไหนไม่รู้หรอก
แต่แม้มีสิ่งใดมาพันธนาการไว้ก็จะทำให้ขาดสะบั้นลง
ด้วยใจที่อยากก้าวไปข้างหน้า และก้าวต่อไปอีก
นั่นคงเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้สามารถก้าวเดินไปได้
ในอดีตอาจอยู่ด้านหลังบางคน หรือเป็นได้เพียงเงาของบางคน
แต่ใจก็ต้องการที่จะก้าวเดินต่อไปเพื่อเป็นคนที่เดินนำหน้า
เพื่อให้ทุกวันดีขึ้น และจะไม่มีวันดีพอ
ต่อให้เทพเจ้ามาขว้างก็ต้องโค่นล้มเทพเจ้าให้ได้
จะก้าวไปแม้จะบอกว่าโอกาสมีเพียงศูนย์ก็ตาม
เพราะอดีตคือสิ่งที่ไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ และอนาคตคือสิ่งที่ไม่แน่นอน แม้พยายามเพียงใดก็ไม่แน่ว่าจะได้สิ่งที่หวังมา หากต้องนำความทุกข์ในวันนี้เพื่อเสี่ยงแลกกับความสุขของวันพรุ่งนี้ ตัวผมก็จะไม่เลือก สิ่งที่ทำได้มีเพียงแค่ปัจจุบัน หากอดีตคือหลุมที่มืดมน ก็จะเดินออกมาให้ได้และกลบมันไว้ และก้าวต่อไปบนเส้นทางของปัจจุบัน จะไม่นำความสุขในวันนี้ไปวางไว้ในอนาคตที่อาจจะก้าวไปไม่ถึง แต่ก็จะไม่ปิดเส้นทางที่จะก้าวสู่อนาคต
อาวุธไร้ชีวิตไร้จิตใจ สามารถสร้างประโยชน์กับเจ้าของ แต่ก็เป็นโทษได้เช่นกัน
หากเราเปรียบอิสระเป็นดาบ เป็นเครื่องมือเพื่อจะให้ได้มาซึ่งความสุข
ถ้าไม่รู้จักควบคุมก็จะเป็นเครื่องมือสร้างความทุกข์เช่นกัน
หากชีวิตเรามีอิสระ เราก็อาจจะสามารถทำอะไรก็ได้
แต่เพราะได้อิสระมาก็ต้องแบกรับผลของมันเอาไว้
ทุกสิ่งที่เราเลือกจะมีผลให้เราแบกรับ
ไม่ว่าวางแผนไว้ดีขนาดไหนก็บอกไม่ได้ว่าจะได้อย่างที่เราต้องการ
แล้วจะเลือกแบบไหนกันดี
ถือดาบแล้วใช้มันไขว่คว้าสิ่งที่ต้องการมา
หรือวางเพราะอาจพลาดโดนตนเองและพวกพ้อง
ต้นไม้กำลังเจริญเติบโต มีน้ำหล่อเลี้ยงไม้นั้น
แต่หากมีน้ำเสียมาหลั่งรดลง ซึ่งเป็นพิษต่อต้นไม้
หากต้นไม้ยังไม่แข็งแรงพอ ย่อมตายไป
แต่หากน้ำเสียมากขึ้นเรื่อยๆ ต้นไม้จะแข็งแรงและฟื้นตัวได้เมื่อไร
หากต้นไม้นั้นเลือกได้ ต้นไม้จะกล้าดูดซับน้ำที่ผู้คนที่เคยรดน้ำเสียเป็นคนให้หรือไม่